รายละเอียดบทความ
| Material Girls เมื่อชีวิตยึดติดกับแบรนด์เนม |
|
แฟชั่น คือสิ่งที่จรรโลงใจใครหลายๆคน ความเก๋ความสวยของอาภรณ์พร้อมด้วยเครื่องประดับหลากชนิด คือสิ่งที่ช่วยให้จิตใจอันห่อเหี่ยวเกิดร่าเริงเบิกบาน ฟื้นฟูสภาพของร่างกายที่เหนื่อยล้าให้กระปรี้กระเปร่า การใส่ยูนิฟอร์มมาตลอดห้าวันของการทำงานทำให้จิตใจของสาวเปรี้ยวทั้งหลายนั้นอับเฉาจนเกินจะบรรยาย เสาร์อาทิตย์ได้แต่งตัวเฉิดฉายออกไปนั่งชิลล์แถว J-Avenue นั้นถือเป็นการเติมพลังให้กับสาวออฟฟิศได้เป็นอย่างดี แต่ใครเล่าจะตระหนักขึ้นมาได้ว่ามันเป็นดาบสองคม คำว่า Material Girls อาจฟังแล้วดูเก๋ ฉันเป็นสาวยุคใหม่ไฟแรง เปรี้ยวสะเด็ดเป็ดร้องกรี๊ด วันนี้ต้องออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน ฉันใส่เดรสผ้าไหมเนื้อดีสีขาวนวลตาของ Vera Wang เมืองไทยไม่มี ขายที่ชอปในปารีสเท่านั้น บินไปซื้อมาค่ะ พร้อมด้วยแจ๊คเก็ตสีดำเมทัลลิกระยิบระยับจับตาของ Dolce & Gabbana ตัดเย็บด้วยฝีมือช่างชั้นดีคนเดียวกับที่ตัดให้พระนางอลิซาเบทที่ 2 กระเป๋าลายโมโนแกรมของ Louis Vuiton ที่เขาถือกันเกลื่อนนี่ดิฉันไม่ใช้หรอกนะคะ ต้องกระเป๋าหนังปลาวาฬสีชมพูช่วงท้ายทอยประดับเพชรจากชวารอฟสกี 99 เม็ดจาก Christian Louboutin เท่านั้นดิฉันถึงคู่ควร ส้นสูงสีดำของ Alexander McQueen คอลเลคชั่นล่า ซื้อตั้งแต่ Lada Gaga ยังไม่เอาไปใส่ใน MV เพลง Bad Romance เลยค่ะ สร้อยและต่างหูและกำไลและแหวนเข้าเซตกัน เป็นมรดกตกทอดตั้งแต่สมัยคุณทวดที่ได้รับมาจากคุณตาอีกทีตั้งแต่สมัยที่ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพระยาใหม่ๆแล้วพวกพ่อค้าชาวจีนทั้งหลายเอามาบรรณาการ โอ๊ยยยยยยยยยย สารพัดความเว่อร์ที่บังเกิดขึ้นกับสาวเปรี้ยวยุคใหม่ สงสัยแม่นี่จะดู Sex and The City เยอะไป เขาให้ดูพอเป็นกระษัย ไม่ใช่ต้องบ้าตามจนไม่มีสติ จากที่รักการแต่งตัวเพราะสวยเก๋กลายเป็นผู้หญิงบ้าแฟชั่นอีกหนึ่งคน ถูกเรียกว่าหล่อนเนี่ยเป็นพวก Material Girl นะ อ๊ะๆ ยังยิ้มรับหน้าชื่นตาบาน นึกว่าเป็นคำชม คิดว่าเขาชมว่าเปรี้ยวซะงั้น พวกหล่อนมักมองเห็นว่าเครื่องแต่งกายมีค่ามากกว่าลมหายใจของตัวเองเสียอีก หนูยอมตายถ้าไม่ได้ซื้อรองเท้าของ Prada คู่นั้น มันมีอยู่ 300 คู่ทั่วโลกเองนะคะ เป็น limited edition ฉลองการขึ้นครองบัลลังค์โว้ก อเมริกาของแอนนาวิทวร์ครบรอบ กี่ปีไม่รู้ รู้แต่ว่าหนูจะเอา ขอถามว่าถ้าไม่ได้เป็น 1 ใน 300 แต่เป็น 1 ในพันกว่าล้านคนที่เขาไม่มีเนี่ย จะตายไหม เชื่อไหมคะว่าต้องมีคนตอบว่า ตาย อะไรมันจะขนาดนั้น Material Girls เนี่ย เขาเอาไว้เรียกพวกสาววัตถุนิยม เห็นมาเยอะแล้วค่ะที่นิยมจนเกินพอดี บางคนมีตังฉันไม่แคร์ พูดทำไม เป็นคนจ่ายเงินเรอะ ไม่ใช่เรื่องของตัว อย่ายุ่ง อิจฉาใช่ไหมที่พูดอยู่เนี่ยยยยยยยย สารพัดคำที่พวกหล่อนใช้ตอบโต้เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้จ่ายแบบเกินตัวของตัวเอง อะไรก็ได้ขอให้เว่อร์ ขอให้แพง สวยไม่สวยว่ากันอีกที ยิ่งมีน้อยชิ้นในโลกนี่ยิ่งต้องหามาครอบครอง ใส่ไม่ใส่ช่างมัน แต่ฉันมี พ่อแม่ฉันรวยช่วยไม่ได้จริงๆ ฉันสวยฉันเริ่ด ใครจะทำไม เอาเข้าไป บ้าเข้าไป เอาเถอะค่ะ เงินของคุณ อยากจะทำอะไรเชิญ วันไหนความวิบัติของเศรษฐกิจเข้าไปเยี่ยมคุณถึงในรั้วบ้าน วันนั้นจะรู้สึก อยากจะรู้นักว่า Vivienne Westwood ทำให้คุณอิ่มท้องหรือเปล่า บางรายเห็นแล้วรู้สึกสงสารปนเปกับความรู้สึกน่าตบ เพราะบ้านก็แค่ชนชั้นกลาง บางคนกลางแบบปลายๆจะกลายเป็นรากหญ้าอยู่แล้ว แต่บังเอิญมีเพื่อนเป็นไฮโซตะแคงเท้าเดิน คนกินข้าวแกงเลยต้องตะแคงเท้าไปรับประทานอาหารฝรั่งที่ Sirocco กับเขาบ้าง เงินก็ไม่ค่อยจะมีหรอกนะคะ แต่มันอยากได้ใจจะขาด มีเท่าไหร่ใช้หมด ทำงานมาแทบตายพอได้เงินเดือนก็กลัวว่ามันจะเน่า รีบใช้ก่อนหนอนขึ้นดีกว่า ซื้อของเป็นไฮยีน่าราวกับเสื้อผ้าจะหยุดผลิตกันแล้วอย่างนั้น บางรายหนักกว่า เงินตัวเองหมดก็ต้องหยิบยืมชาวบ้าน โอ๊ยยยย อันนี้เริ่ดมาก ไม่มีก็ไม่ได้ เดี๋ยวเก๋ไม่พอ จะรอเซลตอนนั้นคงเอ้าท์ไปแล้ว ฉันเป็นแฟชั่นนิสต้า ต้องอินก่อนใครสิ เป็นหนี้เป็นสิ้นท่วมหัวเพราะอยากจะถีบตัวให้ทัดเทียมคนอื่น ยืมไปเรื่อยๆ พอเงินได้มาก็ซื้อต่อ พอกพูนเป็นดินพอกหางงู ยาวกว่าหมูเยอะค่ะ ต้องซื้อใหม่ ต้องใช้หนี้ แต่เงินเดือนเท่าเดิม รายได้ส่วนเดียว แต่รายจ่ายทวีคูณ ดอกเบี้ยก็แพง ดีไซเนอร์ก็ผุดเป็นดอกเห็ด หยุดซื้อก็ตาย ไม่ใช้หนี้ก็ตาย ตายๆๆ มีแต่ตายค่ะคุณ ทางออกของปัญหามีอยู่เพียงว่า หางานทำเพิ่มขึ้น ดิฉันว่าคนกลุ่มนี้เข้าขั้นที่เรียกว่าเสพติดชนิดที่ถ้ำกระบอกก็เอาไม่อยู่หรอกค่ะ เหมือนเป็นโรคจิต ดิฉันไม่ทราบหรอกนะคะว่าเกิดเพราะปมด้อยอะไร ทำไมถึงต้องการจะเติมเต็มอะไรให้ชีวิตขนาดนั้น แต่การช้อปปิ้งจนกลายเป็นเสพติดนี่มันไม่ไหวจริงๆ Rebecca Bloomwood ใน Shopaholic ยังแก้ปัญหาได้เลยแถมมีแฟนหล่อรวยอย่างพ่อหนุ่ม Luke Brandon เสียอีก ถ้าฉันช้อปจนเกิดวิกฤตอย่างหล่อน ไม่แน่ว่าฉันอาจมีหนุ่มรวยๆหลงเข้ามาพัวพันและปลื้มการช้อปปิ้งอันแสนน่าน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มของฉันก็เป็นได้ คิดได้นะคุณ พวกนิยมวัตถุพวกนี้ ไม่แน่ว่างๆลองแอบดอดเข้าบ้านของพวกหล่อน อาจมีการกราบไว้สักการะ Hermes Berkin กันอย่างบ้าคลั่งเลยก็ได้ จริงๆแล้วแฟชั่นเขามีไว้ให้เสพบ้าง ซื้อใช้บ้าง ไม่ใช่ว่าจะซื้อทุกอย่างที่มันสวยมันเริ่ด ดูแล้วชอบก็ปลื้มๆ กรี๊ด อยากได้ๆ จบ ไม่ใช่อยากได้จนต้องไปรีดไถหรือขายยาเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าแบรนด์เนม ซื้อกระเป๋าหนังดีๆสักใบใช้ไปได้อีก 100 ปี ไม่เถียงหรอกค่ะ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ดีกว่าซื้อใบละพันแต่ใช้ได้ 30 วันหมดอายุเพราะเบื่อ ของดีๆมันไม่มีกาลเวลา เป็น timeless item แต่จะเอาแบบอินฟินิตี้ ชาตินี้ฉันไม่ตาย เพราะที่บ้านนี่แบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า 365 วัน ฉันใส่ซ้ำเอาปืนมายิงได้เลย อันนี้ก็เกินไป เรียกว่าอยากจนขาดสติ บางคนมีเงินแต่ขาดรสนิยมก็จบกันค่ะ ทั้งตัวรวมแล้วล้านแปดแต่มองยังไงก็เป็นแค่คนบ้าไม่มีสมอง สักแต่สุมๆเข้าไปให้เต็มตัว ก็แค่นั้นล่ะค่ะ มี 5 ชิ้น 10 ชิ้น แต่ mix & match กับของถูก เสื้อตัวละ 50 บาท เลือกเป็นแมตช์ดีก็เก๋ได้ รังแต่จะมีคนชมในความคิดสร้างสรรค์ เป็นสไตลต์ลิสต์สุดเปรี้ยวที่เก๋ด้วยงบประมาณจำกัด น่าภูมิใจกว่าเป็นไหนๆ เพลาๆบ้างก็ดี เก็บเงินไว้มันไม่ทำให้เป็นมะเร็งเต้านมหรอกค่ะ ถ้ารองเท้าของ Yves Saint Laurent สำคัญกว่าค่าข้าวแม่อีกเนี่ย ฉันนี่แหละจะยิงคุณเอง
Credit : ขอขอบคุณคุณ Nanaril Bootchaiya จากเว็บ chicministry.com ค่ะ |
| ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : Material Girls เมื่อชีวิตยึดติดกับแบรนด์เนม |
| ผู้ลงบทความ : ผิงผิง |






















